Displaying 1 - 5 of 85 entries.

ไคโรแพรคติก (Chiropractic) ศาสตร์วิชาการแพทย์ดูแลสุขภาพ

  • Posted on July 1, 2015 at 2:18 pm

ไคโรแพรคติก (Chiropractic) ศาสตร์วิชาการแพทย์ดูแลสุขภาพ

ศาสตร์วิชาการแพทย์ไคโรแพรคติกเป็นแขนงการดูแลสุขภาพ โดยตรวจรักษาระบบประสาท การดูแลกระดูกสันหลัง และข้อต่างๆ ในร่างกายเพื่อให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จ่ายยา ใช้เข็ม หรือผ่าตัด ด้วยการรักษาความผิดปกติของโครงสร้างและการเคลื่อนไหวของร่างกาย (Structure and Biomechanic) หรือการคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งปกติ ของข้อกระดูกสันหลัง เนื่องจากกระดูกสันหลังเป็นจุดศูนย์กลางของดุลยภาพในการเคลื่อนไหวของร่างกาย ฉะนั้นหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นในบริเวณนั้น อาจจะมีผลกระทบต่อระบบประสาท ซึ่งควบคุมร่างกายทั้งหมดของเรา การแพทย์ไคโรแพรคติกเน้นถึง ความสมดุลของระบบโครงสร้าง สภาวะจิต และสารเคมีต่าง ๆ ในร่างกาย

การแพทย์ไคโรแพรคติกมีมานานกว่า 100 ปีแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกาปัจจุบันเป็นการแพทย์ทางเลือกที่มีจำนวนผู้เชี่ยวชาญมากที่สุดในสหัฐอเมริกา แต่สำหรับในประเทศไทยยังไม่แพร่หลายนัก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่า การดูแลกระดูกเป็นเรื่องของคนสูงอายุหรือคนพิการเท่านั้น

ศาสตร์วิชาการแพทย์ไคโรแพรคติก (Chiropractic) เริ่มต้นเกิดขึ้นครั้งแรกที่เมือง Davenport รัฐ Iowa ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1895 (พ.ศ.2438) ผู้เริ่มคนแรก คือ DR. D.D. Palmer ท่านได้พัฒนาศิลปะปรัชญา และวิทยาศาสตร์การแพทย์ไคโรแพรคติก คำว่า Chiropractic เป็นภาษากรีก ซึ่งคำว่า Cheir และ Praktikas มาผสมกัน ซึ่งความหมายก็คือ รักษาด้วยมือ

ศัลยกรรม สร้างทัศนคติสองแง่สองมุมที่คนส่วนใหญ่ต้องค้นพบ

  • Posted on October 10, 2014 at 3:21 pm

ศัลยกรรม สร้างทัศนคติสองแง่สองมุมที่คนส่วนใหญ่ต้องค้นพบ

การติดต่อขอทำศัลยกรรมในปัจจุบัน ถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติโดยทั่วไปที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการติดต่อทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี ซึ่งถือได้ว่าเป็นการรับรองและสามารถรับประกันได้ว่า หลังจากที่ได้มีการทำศัลยกรรมไปแล้ว ใบหน้าของคุณก็มักจะมีความสง่า และมีความสวยงามด้วยดีกรีสไตล์เกาหลีเลยทีเดียว ซึ่งในส่วนนี้ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้มนุษย์ในปัจจุบันมีใบหน้าที่สวยงามและดูดีขึ้นมาอย่างเสกสรรได้

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ทัศนคติที่มีต่อการทำศัลยกรรมนั้น ก็ยังคงเป็นทัศนคติที่ถูกแบ่งออกเป็นสองพรรคสองฝ่าย ทั้งที่เห็นด้วยกับการติดต่อขอทำศัลยกรรม และมองเห็นถึงข้อดีในการทำศัลยกรรม และทั้งที่ไม่เห็นด้วยต่อการติดต่อขอทำศัลยกรรม และมองเห็นถึงข้อเสียต่าง ๆ เมื่อได้ทำศัลยกรรมไปแล้วนั้นเอง หากสองทัศนคติที่แตกต่างกัน สามารถให้ข้อคิดต่าง ๆ แก่บางท่านที่ยังไม่ได้ริเริ่มคิดและอยากจะทำศัลยกรรมโดยตรง และสามารถทำให้เห็นถึงข้อแตกต่างระหว่างการทำและไม่ได้ทำ ว่ามีผลดีและผลเสียที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ ได้เล็งเห็นถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ พร้อมกับข้อเสียต่าง ๆ ที่อาจจะพกพามากับการทำศัลยกรรมในแต่ละครั้ง ส่วนผลเสียที่มีจะมีมากหรือน้อยนั้น อาจจะต้องใช้วิจารณญาณ พร้อมทั้งความคิดและทัศนคติที่มีต่อการทำศัลยกรรมโดยตรง

บางทีการทำศัลยกรรม ก็อาจจะนำพาคุณไปค้นพบกับโอกาสดี ๆ ที่ต้องเน้นทางด้านความสวยความงามเป็นหลัก หรือไม่ การทำศัลยกรรมในครั้งนั้น ก็อาจจะนำพาคุณไปทำความรู้จัก กับทัศนคติใหม่ ๆ ที่ตัวคุณเองสามารถค้นพบได้ในครั้งนี้นี่เอง

แนะนำการศัลยกรรมขา ต้นขา น่อง

  • Posted on July 22, 2014 at 7:32 am

1. การดูดไขมัน

เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่ขาใหญ่จากไขมัน โดยทั่วไป ถ้าใหญ่เพราะไขมัน สามารถทำได้ด้วยวิธีการดูดไขมันแบบไหนก็ได้ เช่น ใช้เครื่อง Standard Liposuction หรือจะทำ Vaser Liposelection ก็ได้เช่นกัน ถือเป็นการขจัดไขมันแบบตรงจุด

ข้อดี : ถ้าขาใหญ่จากไขมันวิธีนี้ค่อนข้างจะเห็นผลชัดเจน ขจัดไขมันส่วนเกินออกได้ในครั้งเดียวสำหรับคนที่ไม่อ้วนมาก

ข้อเสีย : เป็นวิธีการดูดไขมันชนิดหนึ่ง หลังการดูดไขมันไปแล้วจะต้องไปใส่ Support เพื่อช่วยกระชับให้ขาได้รูป ประมาณ 4-6 สัปดาห์ แล้วจะเริ่มเห็นผลชัดเจนก็ประมาณ 2 เดือน ขาจะเริ่มเล็กลง

2. การฉีดสาร Lipo Dissolve

เป็นการฉีดสารเข้าไปเพื่อที่จะละลายเซลล์ไขมันที่เป็นของเหลว แล้วรอร่างกายดูดซึมกลับไปเอง วิธีนี้อาจจะต้องฉีดต่อเนื่องอยู่เรื่อย ๆ เพราะการฉีดครั้งหนึ่งจะละลายไขมันได้แค่บางส่วนเท่านั้นเอง ฉีดโดยประมาณ 2 เดือนครั้ง เพื่อให้ไขมันยุบตัวลง

ข้อดี : ไม่ใช่การผ่าตัด เป็นเพียงแค่การฉีดยาคนไข้สามารถกลับบ้านได้เลย เพียงแต่รอระยะเวลาที่ร่างกายดูดซึมไขมันที่เป็นของเหลวกลับเข้าสู่ระบบแค่นั้น

ข้อเสีย : ถ้าคนไข้น่องใหญ่เพราะกล้ามเนื้อไม่ใช่เพราะไขมัน ถึงเราจะฉีดไปนานแค่ไหนขาของคนไข้ก็ยังคงใหญ่เหมือนเดิม

3. ลดโดยการใช้เครื่อง Cavitations

เครื่อง Cavitations เป็น Superficial Ultrasound ที่เราใช้นวดละลายไขมันบริเวณพื้นผิว ถ้ามานวดเป็นระยะ ๆ จะค่อนข้างได้ประโยชน์มาก

ข้อดี : ช่วยในการละลายไขมันได้สำหรับคนที่ขาอ้วนจากไขมัน

ข้อเสีย : ทำครั้งเดียวจะเห็นผลไม่มากนัก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

4. การออกกำลังกายเพื่อกระชับเรียวขา

ถ้าในกรณีที่คนไข้ไขมันเยอะ การออกกำลังกายจะช่วยกำจัดไขมันให้เผาผลาญไปได้ น่องก็จะดูเล็กลง แต่การที่เราออกกำลังนั้น ก็ถือว่าเป็นการบริหารกล้ามเนื้อไปในตัวด้วย

ข้อดี : ไขมันจะน้อยลง ประหยัดค่าใช้จ่าย

ข้อเสีย : ขนาดขาอาจจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะมีกล้ามเนื้อมาแทนที่ไขมัน เห็นรูปทรงของกล้ามเนื้อที่ชัดเจนขึ้น น่องจะดูแข็งแรงขึ้น

5. การตัดเส้นประสาท

เป็นวิธีแก้ไขให้น่องเรียวของคนที่มีกล้ามเนื้อใหญ่ โดยการตัดเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อทำให้น่องฝ่อและเหี่ยว ขาก็จะเรียวเล็กลง

ข้อดี : เห็นผลทันตา

ข้อเสีย : เกิดแผลผ่าตัดขึ้น และรอยแผลค่อนข้างเห็นชัด ขนาดแผลประมาณ 6-7 ซม. อยู่กลางน่อง อาจทำให้เกิดแผลเป็น แผลนูนหรือศีลอยด์ได้ จึงทำให้ไม่ค่อยมีคนนิยมมากนัก

6. ลดโดยฉีดสาร Botulinum Toxin

โดยการฉีดสารเข้าไปที่กล้ามเนื้อน่องซึ่งมีสองมัดใหญ่ ๆ ที่ยึดน่องโต วิธีนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัว กล้ามเนื้อไม่ทำงานแล้วฝ่อตัวลง ทำให้เรียวเล็กลง เห็นผลใน 1-2 เดือน

ข้อดี : ได้ขาเรียวแบบไม่เจ็บตัว ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ จึงทำให้ไม่มีแผลเป็น

ข้อเสีย : ไม่คงทนถาวร ต้องกลับมาฉีดอีกครั้งทุก 4-6 เดือน เป็นระยะ ๆ และมีค่าใช้จ่ายสูงในแต่ละครั้ง

7. การใช้ครีม หรือการนวดเพื่อลดขนาดขา

การทาครีมแบบต่าง ๆ หรือการทำสปานวดแบบต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่ถ้าคนไข้มีเรียวขาที่ใหญ่จากกล้ามเนื้อแทบจะไม่มีผลชัดเจน

ข้อดี : ถ้าเป็นการลดขนาดของไขมันที่บริเวณขาก็มีบางคนที่เชื่อว่ามีครีมที่ทาไปแล้วจะช่วยให้ไขมันแตกตัวและช่วยลดขนาดเรียวขาให้เล็กลง คนไข้อาจจะรู้สึกดีขึ้นเพราะมีเลือดไปเลี้ยงในบริเวณที่มีการนวด

ข้อเสีย : ในความเห็นของแพทย์อาจจะลดลงบ้าง แต่ยังไม่มีผลทางการแพทย์ที่ชัดเจน

8. ลดด้วยเครื่อง Radio Frequency

เครื่อง Radio Frequency กำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศ เป็นการใช้คลื่นวิทยุไปจี้ทำลายเส้นประสาทกล้ามเนื้อน่อง เริ่มมีทำกันบ้างในต่างประเทศ เป็นการใช้คลื่นวิทยุไปจี้ทำลายเส้นประสาทกล้ามเนื้อน่อง เริ่มมีทำกันบ้างในต่างประเทศ เหมาะสำหรับคนที่ขาใหญ่จากกล้ามเนื้อ

ข้อดี : ลดน่องจากกล้ามเนื้อที่ใหญ่เป็นการผ่าตัดเล็กไม่มีแผลเป็น เห็นผลชัดเจน

ข้อเสีย : เป็นการผ่าตัดอย่างหนึ่ง และต้องทำโดยแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมมาทางนี้โดยตรง เพราะต้องจี้ตามเส้นประสาท

ศัลยกรรมคิ้วกันเถอะ..

  • Posted on July 2, 2014 at 1:53 pm

ส่วนใหญ่ผู้ที่ประสบปัญหาไม่มีขนคิ้วไม่ว่าจะทั้งหมดหรือขาดหายไป เพียงบางส่วนมักเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ทำให้สูญเสียเซลล์รากขนไป ส่วนสาเหตุอื่นที่พบได้ประปรายก็เช่น ผ่าตัดเอาไฝหรือเนื้องอกที่คิ้วออก แต่ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็สามารถแก้ไขได้ด้วย “การปลูกคิ้วถาวร” ค่ะ

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

ผู้ป่วยควรงดตัดผมอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อให้ผมที่ปล่อยไว้ยาวพอสมควรช่วยปกปิดรอยเย็บบริเวณท้ายทอย ส่วนขั้นตอนการผ่าตัดนั้น เริ่มจาก แพทย์จะฉีดยาชาบนหนังศีรษะบริเวณท้ายทอย และตัดหนังศีรษะพร้อมเซลล์รากผมขนาดประมาณ 0.5 x 5 ซ.ม. (มีเส้นผมประมาณ 100-200 เส้น) ออกมา แล้วเย็บปิดแผลบริเวณดังกล่าวด้วยไหมเส้นเล็กซึ่งแผลจะมีลักษณะเป็นเพียงรอยขีดหนึ่งเส้นยาว ๆ ซึ่งผมบริเวณใกล้เคียงสามารถจะบังรอยแผลได้สนิท

จากนั้น แพทย์จะนำหนังศีรษะที่มีเซลล์รากผมมาหั่นแยกออกเป็นเซลล์รากผมเล็ก ๆ แล้วนำมาปลูกลงบริเวณคิ้ว โดยใช้เครื่องปลูกคิ้วซึ่งจะทำให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม แพทย์จะต้องมีความชำนาญในการจัดทิศทางของเส้นผมเพื่อให้ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุดด้วยค่ะ ระยะเวลาที่ใช้ในการปลูกคิ้วถาวรขึ้นอยู่กับจำนวนเซลล์รากผมที่ปลูกในแต่ละครั้ง โดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

หลังการปลูกคิ้ว

ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องนอนพักทีโรงพยาบาล และเพื่อให้การรักษาได้ผลดี ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้

ภายใน 48 ชั่วโมงแรกไม่ควรให้บริเวณคิ้วโดนน้ำ หลังจากนั้นสามารถสระผมได้ตามปกติ แต่ควรเลือกใช้แชมพูสระผมชนิดอ่อนหรือสำหรับเด็ก

งดเว้นการใช้เครื่องสำอาง 1 สัปดาห์แรก โดยเฉพาะชนิดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้คิ้วส่วนที่ปลูกไม่ขึ้น

งดออกกำลังกายอย่างน้อย 2 สัปดาห์

งดสูบบุหรี่

ไม่ควรทานยาอื่นใดนอกจากที่แพทย์สั่ง และมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อตัดไหม

ภายหลังการปลูกคิ้วอาจเกิดอาการหนังตาบวมได้บ้าง แต่รอยบวมจะหายไปภายใน 3-5 วัน นอกจากนี้บริเวณคิ้วจะมีรอยจุดแดง ๆ ที่เกิดจากการหยอดเซลล์รากผมใหม่ลงไป แต่จะหายไปเองหลังจากผ่าตัดประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนคิ้วใหม่จะเริ่มขึ้นใน 12 สัปดาห์ เมื่อคิ้วขึ้นแล้วควรตกแต่งคิ้วอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ยาวจนเกินไปและสวยงามเป็นธรรมชาติประมาณเดือนละ 1-2 ครั้งค่ะ

วิธีทำหน้าเรียวอย่างถูกวิธีศัลยกรรม

  • Posted on June 24, 2014 at 7:50 am

หลายท่านอยากมีรูปหน้าเรียวเล็ก ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าพื้นฐานรูปหน้าของแต่ละท่านต่างกัน
บางท่านสามารถปรับได้เลย แต่บางท่านต้องทำหลายอย่างถึงจะเข้ารูป
เราลองทำความเข้าใจเล็กๆ ซักนิดว่าเบื้องลึกเบื้องหลังใบหน้าที่เรียวเล็กมีวิธีการอย่างไรบ้าง

ขั้นตอนแรกเลย คือ ยุบกราม
คุณหมอจะประเมินขนาดและใช้ Botox ฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อกราม เพื่อคลายกล้ามเนื้อให้เล็กลง
เทคนิคการฉีดแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ยากระจายตัวและเล็งเข้าสู่จุดที่ต่างกัน

*Botox อยู่ได้ 6-8 เดือน สามารถมาซ้ำได้ ทางการวิจัยกล่าวว่าสำหรับยุบกรามหากฉีดติดกัน 3 ครั้งขึ้นไป มีโอกาสเล็กลงถาวร

เพื่อประสิทธิภาพ: หลังการฉีดให้เคี้ยวหมากฝรั่ง 15 นาทีสลับซ้ายขวา เพื่อให้ยากระจายตัว
หลีกเลียงการนอนราบ 3-4 ชั่วโมงแรก
งดนวดหน้ากดจุด 2 สัปดาห์
หลีกเลี่ยงน้ำร้อน น้ำอุ่น 2 สัปดาห์
หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง อาทิ น้ำแข็ง ซี่โครง กระดูกอ่อน ข้าวเหนียว หมากฝรั่ง ฯลฯ เพราะถ้าไปเคี้ยวมากๆ เหมือนเป็นการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามทำงาน ส่งผลให้กรามกลับมามีขนาดใหญ่ได้อีก

ระยะเห็นผล: ประมาณสัปดาห์ที่ 3-4

คนไข้บางท่าน ฉีดเพียงแค่ยุบกราม ก็จะได้ใบหน้าที่เรียวเล็กสมใจ
แต่บางท่านยังมีปัญหาจุดอื่นอีก ลองไปอ่านกันต่อค่ะ

ขั้นตอนต่อมา คือ หน้าเรียว
ตัวนี้เป็นสูตรเฉพาะของคลินิกแพทย์สมชาย ซึ่งจะฉีดให้กับคนไข้ที่มีเซลลูไลท์เยอะๆ บริเวณแก้ม ลงมาถึงใต้คาง
คุณหมอจะประเมินให้ก่อนว่า คนไข้ท่านนี้ต้องฉีดประมาณกี่ครั้งถึงจะเหมาะสม

*หน้าเรียว ลงแล้วลงเลย ไม่กลับมาอีกหากน้ำหนักไม่ขึ้นจนมากเกินขนาดส่งผลกระทบให้กับใบหน้า
ระยะห่างของการฉีดต่อครั้ง ขึ้นกับการประเมินของแพทย์

เพื่อประสิทธิภาพ: รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม และควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

ระยะเห็นผล: ประมาณสัปดาห์ที่ 2

สุดท้าย คือ Lifting
Botox Lifting เป็นการฉีด Botox ยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องศัลยกรรม ไล่ตั้งแต่บริเวณแก้มถึงขมับ
ตัวนี้ฉีดแล้วหน้าจะมีมิติขึ้น แลดูโฉบเฉี่ยว เต่งตึงขึ้น
สามารถทำพร้อมกับยุบกรามได้ แต่ไม่แนะนำให้ทำพร้อมกับหน้าเรียว

*Botox อยู่ได้ 6-8 เดือน สามารถมาซ้ำได้

เพื่อประสิทธิภาพ:
หลีกเลียงการนอนราบ 3-4 ชั่วโมงแรกหลังการฉีด
งดนวดหน้ากดจุด 2 สัปดาห์
หลีกเลี่ยงน้ำร้อน น้ำอุ่น 2 สัปดาห์

ระยะเห็นผล: ประมาณสัปดาห์ที่ 2-4